โครงการ “พัฒนาคุณภาพการศึกษาสู่ความเป็นเลิศ (EdPEx)”

ฝ่ายประกันคุณภาพการศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ได้เรียนเชิญ  อาจารย์พรทิพย์  กาญจนนิตย  เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาสู่ความเป็นเลิศ (EdPEx)  เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม  พ.ศ. 2559  โดยมีรายละเอียดดังนี้

วัตถุประสงค์ของโครงการ

1 เพื่อให้ผู้บริหารทุกระดับและผู้รับผิดชอบงานด้านการประกันคุณภาพของคณะ/สาขาวิชาที่เข้ารับการอบรม มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกรอบแนวคิดของเกณฑ์คุณภาพการศึกษา

เพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx)

2  มีคณะ/หน่วยงาน เข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาสู่ความเป็นเลิศอย่างน้อย 5 คณะ/หน่วยงาน ที่จะเป็นหน่วยงานนำร่อง เพื่อร่วมกันพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา

ของวิทยาลัย ให้มุ่งสู่ความเป็นเลิศ

กลุ่มเป้าหมายผู้ร่วมโครงการ

ผู้เข้าร่วมโครงการประกอบด้วย  ผู้บริหารทุกระดับ และผู้รับผิดชอบงานด้านการประกันคุณภาพฯ  ของคณะ/สาขาวิชา จำนวน  70  คน

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1  ผู้บริหารทุกระดับ และผู้รับผิดชอบงานด้านการประกันคุณภาพการศึกษาของคณะ/สาขาวิชาที่เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกรอบแนวคิดของเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx)

2     มีคณะ/หน่วยงาน ที่จะเป็นหน่วยงานนำร่อง  อย่างน้อย 5 คณะ/หน่วยงาน เพื่อร่วมกันพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของวิทยาลัยให้มุ่งสู่ความเป็นเลิศ

Posted in ประกาศทั่วไป โดย kmsiam. ไม่ให้ใส่ความเห็น

กระบวนการเรียนรู้แบบใช้คำถามเป็นฐาน (Question-Based Learning : QBL)

แบบรายงานผลการจัดการความรู้ ปีการศึกษา 2557

ประเด็นความรู้                                    :  การจัดการความรู้  (KM)

ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้      :  อาจารย์ผู้เข้ารับการอบรม

วัน เดือน ปี ที่ดำเนินการ         :  วันที่  26  กรกฎาคม  2558  ณ.ห้องประชุมสัมมนาชั้น 4

สรุปองค์ความรู้ที่ได้                :

กระบวนการเรียนรู้แบบใช้คำถามเป็นฐาน

(Question-Based Learning : QBL)

แนวคิด

เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนากระบวนการทางความคิดของผู้เรียน โดยผู้สอนจะป้อนคำถามในลักษณะต่าง ๆ ที่เป็นคำถามที่ดี สามารถพัฒนาความคิดผู้เรียน ถามเพื่อให้ผู้เรียนใช้ความคิดเชิงเหตุผล วิเคราะห์ วิจารณ์ สังเคราะห์ หรือ การประเมินค่าเพื่อจะตอบคำถามเหล่านั้น

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้คำถามมีขั้นตอนสำคัญดังต่อไปนี้

1. ขั้นวางแผนการใช้คำถาม ผู้สอนควรจะมีการวางแผนไว้ล่วงหน้าว่าจะใช้คำถามเพื่อวัตถุประสงค์ใด รูปแบบหรือประการใดที่จะสอดคล้องกับเนื้อหาสาระและวัตถุประสงค์ของบทเรียน

2. ขั้นเตรียมคำถาม ผู้สอนควรจะเตรียมคำถามที่จะใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดย

การสร้างคำถามอย่างมีหลักเกณฑ์

3. ขั้นการใช้คำถาม ผู้สอนสามารถจะใช้คำถามในทุกขั้นตอนของการจัดกิจกรรมการ

เรียนรู้และอาจจะสร้างคำถามใหม่ที่นอกเหนือจากคำถามที่เตรียมไว้ก็ได้ ทั้งนี้ต้องเหมาะสมกับเนื้อหาสาระและสถานการณ์นั้น ๆ

4. ขั้นสรุปและประเมินผล

4.1      การสรุปบทเรียนผู้สอนอาจจะใช้คำถามเพื่อการสรุปบทเรียนก็ได้

4.2      การประเมินผล ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันประเมินผลการเรียนรู้ โดยใช้วิธีการ

ประเมินผลตามสภาพจริง

การเลือกคำถามที่ดีที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้

  • เลือกคำถามปลายเปิด –  ทำไม อย่างไร เพราะเหตุใด ให้นักศึกษาคิดคำตอบเอง
  • แนะแนวการคิด guide โดยใช้คำถามที่นักศึกษาจะต้องนำความรู้พื้นฐาน (Basic Knowledge) มาประยุกต์

การใช้เทคนิคให้ดี

  • ถามชัดเจน ไม่กำกวม
  • เลือกคำถามกว้างๆ ปลายเปิด —ทำอย่างไร
  • ถามทีละ 1 คำถาม อย่าถามเป็นชุด
  • ให้เวลาคิด 10 วินาที
  • เทคนิค ตั้งคำถาม—- รอคำตอบ —- ถ้าไม่ตอบ ถามระบุคน

คำถามที่ควรหลีกเลี่ยง

  • คำถาม ใช่ ไม่ใช่
  • คำถามกำกวม
  • คำถามชักกะเย่อ
  • คำถามให้เดา
  • คำถามชี้นำ

ประโยชน์

1.  ผู้เรียนกับผู้สอนสื่อความหมายกันได้ดี

2.  ช่วยให้ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.  สร้างแรงจูงใจและกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน

4.  ช่วยเน้นและทบทวนประเด็นสำคัญของสาระการเรียนรู้ที่เรียน

5.  ช่วยในการประเมินผลการเรียนการสอน ให้เข้าใจความสนใจที่แท้จริงของผู้เรียน และ

วินิจฉัยจุดแข็งจุดอ่อนของผู้เรียนได้

6.   ช่วยสร้างลักษณะนิสัยการชอบคิดให้กับผู้เรียน ตลอดจนนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียนตลอดชีวิต

รวบรวมโดย  ฝ่ายวิชาการ

Posted in ประกาศทั่วไป โดย kmsiam. ไม่ให้ใส่ความเห็น

การตั้งประเด็นวิจัยที่น่าสนใจในการตีพิมพ์

แบบรายงานผลการจัดการความรู้ ปีการศึกษา 2557

ประเด็นความรู้                            :  การจัดการความรู้  (KM)

ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้      :  อาจารย์ผู้เข้ารับการอบรม

วัน เดือน ปี ที่ดำเนินการ         :  21  พฤษภาคม 2558  ณ.ห้องประชุมสัมมนาชั้น 4

สรุปองค์ความรู้ที่ได้                :

การตั้งประเด็นวิจัยที่น่าสนใจในการตีพิมพ์

การตั้งประเด็นของงานวิจัยมีความสำคัญต่อการตอบรับจากวารสารที่ต้องการตีพิมพ์  ผู้วิจัยควรเขียนบทความวิจัยในประเด็นที่กำลังเป็นที่สนใจ ของชุมชนวิชาการ เพราะบทความที่ทันสมัยจะมีโอกาสได้รับการตีพิมพ์สูง การตั้งประเด็นงานวิจัยในบทความวิจัยเพื่อตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติสามารถพิจารณาได้จาก

  1. วารสารที่ต้องการตีพิมพ์

เนื่องจากวารสารแต่ละฉบับมีกรอบของงานวิจัย (theme) ที่ชัดเจน  ผู้เขียนควรตั้งหัวข้องานวิจัยให้สอดคล้องกับกรอบงานวิจัยของวารสารที่ต้องการตีพิมพ์

  1. ขอบเขตของงานวิจัย

ขอบเขตของงานวิจัยมีความสำคัญในการกำหนดชื่อเรื่องและรูปแบบที่ต้องการนำเสนองานวิจัย  ผู้เขียนงานวิจัยควรกำหนดประเด็นวิจัยหรือคำถามวิจัยให้สอดคล้องและคลอบคลุมกับเนื้อหาที่ต้องการนำเสนอ

2.1      ชื่อเรื่อง

การตั้งชื่อเรื่องต้องกระชับและแสดงถึงภาพรวมของเนื้อหาทั้งหมด ผู้วิจัยอาจเขียนเป็นประโยคคำถามเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้อ่าน

ในกรณีของงานวิจัยเชิงเปรียบเทียบ ชื่อบทความวิจัยควรมีคำสำคัญที่แสดงตัวแปรตาม (dependent variable) ที่ศึกษา เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจว่าเป็นงานวิจัยในลักษณะใด

2.2      รูปแบบการนำเสนอ

รูปแบบการนำเสนองานวิจัยขึ้นอยู่กับวารสารงานวิจัย  การอ่านงานวิจัยที่คล้ายคลึงกับงานวิจัยของผู้วิจัยจะช่วยให้ผู้วิจัยทราบรูปแบบการเขียนงานวิจัย การเรียงลำดับหัวข้อและประเด็นที่จะนำเสนอได้ดีขึ้น

วิธีการเลือกแหล่งตีพิมพ์ที่เหมาะสมกับงานวิจัย

  1. การเลือกวารสารในการตีพิมพ์ พิจารณาจากวารสารที่มีแนวทาง ขอบข่าย วัตถุประสงค์ หรืองานทดลอง เทคนิค แนวทางการวิจัยที่ตรงกับงานวิจัยของตนเอง โดยขอบข่ายงานตีพิมพ์ของวารสารแต่ละฉบับจะปรากฏอยู่ด้านหน้าและหลังวารสารแต่ละฉบับ  หรืออาจตรวจสอบได้จากเว็บไซด์ของวารสารซึ่งมีคําแนะนําสําหรับผู้เขียนเช่น ประเภทของบทความ รูปแบบการเขียน และรูปแบบการอ้างอิง
  2. การเลือกตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติหรือระดับนานาชาติ พิจารณาโดยการประเมินจากงานวิจัยที่ทำว่ามีความประเด็นที่เป็นที่สนใจที่กำลังมีการตีพิมพ์อยู่ในปัจจุบัน มีการใช้เทคนิคและเครื่องมือที่ทันสมัย มีปริมาณงานมากพอที่จะสามารถตีพิมพ์ในระดับชาติหรือระดับนานาชาติได้ สำหรับการตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติควรตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติที่อยู่ในฐานข้อมูล Thai-Journal Citation Index (TCI)
  3. การพิจารณาค่า Impact factor “Impact factor” หมายถึง ดัชนีชี้วัดคุณภาพของวารสารซึ่งวัดจํานวนครั้งโดยเฉลี่ยที่บทความในวารสารนั้นจะได้รับการอ้างอิงในแต่ละปี พิจารณาจากคุณภาพของงานวิจัยของตนเอง โดยทั่วไปนักวิจัยใหม่จะเลือกตีพิมพ์ในวารสารที่มีค่า Impact factor ระดับกลาง เมื่อได้รับข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิและมีประสบการณ์ในการเขียนเพิ่มมากขึ้นจึงเลือกค่า Impact factor  ที่สูงขึ้น
  4. การตีพิมพ์ในวารสารที่เป็น E-journal วารสารวิชาการในระดับนานาชาติปัจจุบันส่วนใหญ่มีการจัดทำในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Journals) และรวบรวมทำดัชนีไว้ในฐานข้อมูลออนไลน์ต่างๆมากมาย ซึ่งฐานข้อมูลที่มีชื่อเสียงที่ได้รับความเชื่อถือ ได้แก่ ISI Web Of Science, Scopus, ScienceDirect  ซึ่งมีการแจ้งผลการตอบรับหรือปฏิเสธการตีพิมพ์อย่างรวดเร็ว
  5. การตีพิมพ์โดยการนำเสนอผลงานในการประชุมวิชาการระดับชาติและระดับนานาชาติ ซึ่งมีการตีพิมพ์

บทความวิชาการในวารสารฉบับพิเศษ (Special Issue)

ในการตีพิมพ์ (production times)  ค่า impact factor ความถี่ในการตีพิมพ์ และรูปแบบการตีพิมพ์เพื่อประกอบการพิจารณา และสามารถดู aim and scope ของวารสารได้จากหน้าแสดงผลนี้ หรือจะไปดูที่หน้าเว็บไซต์ของวารสารก็ได้

การวิเคราะห์งานวิจัยเพื่อนำไปสู่การตีพิมพ์

เพื่อที่จะตีพิมพ์งานวิจัยในวารสารชั้นนำ สิ่งที่ควรคำนึงถึงควรเริ่มต้นจาก งานวิจัยมีความเหมาะสมหรือไม่ ที่จะลงตีพิมพ์เผยแพร่ในวาสารนั้นๆ ต้องเป็นงานวิจัยที่ไม่ซ้ำกับผู้อื่น ไม่เคยมีการตีพิมพ์งานแบบเดียวกันนี้มาก่อน หรืออาจวิจัยเป็นครั้งแรกในภูมิภาค หรือในประเทศ   การตั้งชื่องานวิจัยควรสอดคล้องกับวัตถุประสงค์เพื่อสื่อและดึงดูดผู้อ่าน ส่วนการกำหนดวัตถุประสงค์นอกจากจะต้องชัดเจน ควรสอดคล้องกับความต้องการ หรือโจทย์วิจัยในปัจจุบัน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ซึ่งการเขียนวิจารณ์จะแสดงถึงความเป็นเหตุเป็นผล สามารถชี้ให้เห็นถึงจุดที่น่าสนใจของผลลัพธ์ที่ได้เป็นการแสดง หรือเน้นถึงประโยชน์ของงานวิจัย

การคัดลอกงานวิจัย

กว่าจะเขียนงานวิจัยให้เป็นเล่มรายงาน หรือ เป็นบทความเพื่อการตีพิมพ์ก็ยากในระดับหนึ่งแล้ว  

แต่สิ่งที่นักวิจัยทุกคนต้องตระหนักและให้ความสำคัญในระหว่างการเขียนก็คือการเขียนทั้งหมดควรมีที่มาจาก ความรู้ที่เราได้รับหรือพัฒนามางานวิจัย การเขียนด้วยภาษาและสำนวนของตัวเอง โดยทั้งรายงานหรือ บทความนั้นต้องปราศจากการคัดลอก

การคัดลอกงานวิจัยเป็นความผิดหรือไม่และทำไมถึงเป็นประเด็นทางจรรยาบรรณของนักวิจัยที่ต้อง มีการตรวจสอบกันทั้งระดับชาติและนานาชาติ  ก่อนที่จะตอบคำถามอยากให้นักวิจัยทราบความหมายของการ คัดลอกก่อน การคัดลอก (Plagiarism) คือ การนำผลงานของคนอื่นมาใส่หรือรวมไว้ในงานตัวเองด้วยวิธีการที่ ไม่ถูกต้อง หรือ การขโมย หรือ การนำผลงานหรืองานเขียนของคนอื่นมาใส่ในงานเขียนของตัวเอง หรือ การ ทำให้คนอื่นเชื่อว่าผลงานงานนี้เป็นผลงานของตัวเอง

เมื่อการคัดลอก คือ การนำผลงานคนอื่นมาใส่ด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้องหรือขโมยนั้นเราจะพบงานในลักษณะนี้จะไม่มีการอ้างอิงเอกสารหรือแหล่งความรู้  โดยการอ้างถึงเรื่อง ๆ หนึ่ง ซึ่งผู้เขียนไม่ได้ค้นพบหรือ ทดลองได้ด้วยตนเอง การอ้างลักษณะนี้ต้องมีเอกสารอ้างอิง ซึ่งการคัดลอกในลักษณะนี้มักเกิดขึ้นได้ง่าย ดังนั้น ตอนเขียนให้หมั่นตรวจทานและพยายามถามตัวเองตลอดว่าเรื่องนี้เรารู้ได้อย่างไร ควรอ้างอิงอย่างไร

การคัดลอกที่พบบ่อยกว่า คือ การยกประโยค หรือ คำพูดมาใช้  ซึ่งในประเด็นนี้ถือว่าการนำคำพูด จากเอกสารอื่นมาเกิน 4 คำ แม้ว่ามีการอ้างอิง ให้ถูกนับว่าเป็นการคัดลอก ดังนั้นการยกตารางหรือแผนภาพ จากรายงานผู้อื่นมาใช้ในรายงานของตัวเองเลยจึงเป็นการคัดลอกด้วย แต่ถ้านักวิจัยมีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูล จากตารางหรือแผนภาพนั้น ควรนำมาเขียนใหม่หรือเรียงใหม่ให้เป็นการน าเสนอด้วยสำนวนของตัวเองพร้อม กับการอ้างอิงที่ถูกต้องและครบถ้วน

ส่วนการคัดลอกด้วยการใช้งานของคนอื่นมาเปลี่ยนเป็นชื่อของเรานั้นเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดเป็น

อย่างยิ่ง เพราะถือว่าเป็นการขโมยและผู้ทำจะกลายเป็นโจรทางวิชาการ  ส่วนการทำวิจัยแล้วเรื่องที่ทำไปซ้ำ กับคนอื่นไม่ได้ถือว่าเป็นการลอกผลงาน ถ้าผู้ทำไม่ได้จงใจและไม่ได้นำเอาเนื้อหา ข้อมูลและผลงานของผู้อื่นมา ใช้ เช่น นายสำเนาได้รายงานการวิจัยเรื่องการขยายพันธุ์แมลงหวี่ที่ตึกปฏิบัติการกลาง ปรากฏว่าชื่อผลงานไป คล้ายกับนายสำคัญที่รายงานเรื่องการขยายพันธุ์แมลงหวี่ที่จังหวัดนครปฐม เมื่อตรวจสอบเนื้อหาด้านในพบว่า วิธีการและจุดประสงค์เดียวกัน มีแตกต่างที่กลุ่มตัวอย่างเท่านั้น ในกรณีนี้ถือว่านายสำเนาลอกผลงานของนายสำคัญ

การคัดลอกในกรณีสุดท้าย คือ การคัดลอกงานตัวเอง ซึ่งการคัดลอกด้วยวิธีนี้เป็นการคัดลอกที่ ผู้วิจัยรู้ตัวเองดีแต่มักจะคิดว่านี้เป็นงานของเรา การนำเรื่องหรือรูปจากงานวิจัยที่หนึ่งไปใส่ในงานวิจัยที่สองนั้น ไม่สามารถทำได้ควรใช้รูปใหม่หรือเปลี่ยนวิธีเขียนใหม่  ไม่ควรใช้ของเก่าที่เคยเผยแพร่แล้วนั้นเอง การคัดลอกงานวิจัยที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ บางท่านอาจเคยทำมาบ้างแบบตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ประเด็นนี้สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยให้ยึดคำสอนว่าให้เกรงกลัวและละอายแก่บาปที่จะก่อ

อ้างอิง จาก  https://kmscirmutto.files.wordpress.com/2015/03/11.docx

รวบรวมโดย    ฝ่ายวิชาการ

Posted in ประกาศทั่วไป โดย kmsiam. ไม่ให้ใส่ความเห็น

สรุปองค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัย

                                  สรุปองค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัย

ลำดับ งานวิจัย องค์ความรู้/ประโยชน์จากงานวิจัย เจ้าของผลงาน
1 ผลสัมฤทธิ์ของการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนบนเทครือข่ายอินเทอร์เน็ต  วิชาการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ  หลักสูตรปริญญาตรี      เป็นโครงการวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

     โครงการวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและทดสอบประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ในวิชาการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ และเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนบนอินเทอร์เน็ตกับวิธีการเรียนแบบปกติ

     โครงการวิจัยชิ้นนี้มีประโยชน์ ทำให้ได้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต วิชาการเขียนโปแกรมเชิงวัตถุ    จะช่วยให้นักศึกษาได้รูปแบบการเรียนใหม่ที่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองโดยไม่จำกัดสถานที่และเวลา จัดเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวิชาการให้แก่อาจารย์ นักศึกษาและผู้ที่สนใจได้ศึกษาหาความรู้และใช้เป็นแหล่งอ้างอิง

นางสาวประภาศรี  บิดาศักดิ์

สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ

คณะบริหารธุรกิจ  วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

2 ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดกับพฤติกรรมการซื้อเสื้อผ้าแฟชั่นสตรี บนเฟชบุ๊กของกลุ่มสตรี ในเขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร      เป็นโครงการวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

     การวิจัยครั้งนี้เป็นงานวิจัยเชิงสำรวจ   มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดกับพฤติกรรมการซื้อเสื้อผ้าสตรีบนเฟชบุกของกลุ่มสตรี ในเขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร  ในการวิจัยครั้งนี้มีกลุ่มสตรีที่มีอาจุ 18 ปี ขึ้นไปเป็นผู้ใช้บริการและมีประสบการณ์ซื้อเสื้อผ้าแฟชั่นสตรีบนเว็บไซต์เฟซบุ๊ก และอาศัยอยู่ในเขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร เป็นผู้ตอบแบบสอบถาม  ผลการวิจัยพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ซื้อเสื้อ(แฟชั่นประเภทเสื้อ โดยซื้อเดือนละ 1-2 ครั้ง ซึ่งซื้อครั้งละ 1-2 ชิ้น ส่วนใหญ่ซื้อช่วงเวลา 13.00-18.00 น. ค่าใช้จ่ายในการซื้อแต่ละครั้ง 501-1000.- บาท 

     ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัยครั้งนี้  คือ ใช้เป็นข้อมูลให้ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายอุตสาหกรรมเสื้อผ้าแฟชั่นสตรี นำผลการวิจัยไปใช้ในการปรับปรุงพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการข้องผู้บริโภค   และนำไปใช้ในการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดในการขายผ่านเฟซบุ๊ก  นอกจากนั้น สถาบันการศึกษาต่าง ๆ สามารถนำผลการวิจัยไปพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนสาขาการตลาด เพราะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในยุคปัจจุบัน

นายกานต์  วัฒนะประทีป

สาขาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ

3 การสร้างและพัฒนารูปแบบการลดพฤติกรรมความรุนแรงของวัยรุ่น      เป็นโครงการวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

     โครงการวิจัยชิ้นนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาพฤติกรรมความรุนแรงของวัยรุ่น  โดยสร้างและพัฒนารูปแบบการใช้โปรแกรมอบรมไตรสิกขาตามแนวพระพุทธศาสนา  เป็นการวิจัยตามแผนวิจัย One Group Pretest-Posttest Design

     โครงการวิจัยชิ้นนี้มีประโยชน์ คือได้รูปแบบการลดพฤติกรรมความรุนแรงของวัยรุ่นตามแนวทางพุทธศาสนา   ได้ข้อมูลพื้นฐานสำหรับจัดทำชุดกิจกรรมเพื่อลดพฤติกรรมความรุนแรงของวัยรุ่น และได้แนวทางการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาครู

ดร.นิเวศน์  วงศ์สุวรรณ 

สำนักสามัญศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

4 การพัฒนาบทเรียนออนไลน์เพื่อนำเสนอเนื้อหาการเรียนการสอนในรายวิชาสื่อสิ่งพิมพ์ดิจิทัลประยุกต์ เรื่องระบบการพิมพ์      เป็นโครงการวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

     โครงการวิจัยชิ้นนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ   มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเนื้อหาและรูปแบบบทเรียนออนไลน์สำหรับใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนในรายวิชาสื่อสิ่งพิมพ์ดิจิทัลประยุกต์ เรื่องระบบการพิมพ์  และเป็นการเพิ่มอีกช่องทางหนึ่งสำหรับให้นักศึกษาใช้ในการศึกษาค้นคว้า ทบทวนบทเรียนในรายวิชาสื่อสิ่งพิมพ์ดิจิทัลประยุกต์  เรื่องระบบการพิมพ์ 

     โครงการวิจัยชิ้นนี้มีประโยชน์ คือ  ผู้วิจัยได้พัฒนาเนื้อหารายวิชาสื่อสิ่งพิมพ์ดิจิทัลประยุกต์ ให้เหมาะสมกับบทเรียนออนไลน์  ให้เป็นรูปแบบการจัดการเรียนการสอนผ่านบทเรียนออนไลน์ สำหรับรายวิชา สื่อสิ่งพิมพ์ดิจิทัลประยุกต์ อันเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาและผู้สนใจใช้เป็นแหล่งเรียนรู้และทบทวนบทเรียน

ยายอมร  เหรียญทักษิณายัน 

สาขานิเทศศาสตร์-สื่อดิจิทัล  คณะศิลปศาสตร์

5 การประเมินคุณภาพการบริการของพนักงานต้อนรับส่วนหน้าของโรงแรมเซี่ยงไฮ้ แมนชั่น บางกอก      เป็นโครงการวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

     การวิจัยครั้งนี้  มีวัตถุประสงค์ เพื่อสำรวจความคิดเห็นและประเมินคุณภาพการบริการของพนักงานต้อนรับส่วนหน้าของโรงแรมเซี่ยงไฮ้ แมนชั่น บางกอก  เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ ที่เก็บรวบรวมข้อมูล โดยการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง (Structured Interview) และเป็นการสัมภาษณ์แบบรายบุคคล (Face-to-Face Interview)    โดยมีคำถามที่ใช้ในการสัมภาษณ์ทั้งของพนักงานต้อนรับส่วนหน้าและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ  ซึงผลการวิจัยพบว่า  คุณภาพการบริการของพนักงานต้อนรับส่วนหน้าอยู่ในเกณฑ์ดี  โดยเรียงลำดับ คือด้านความเป็นสิ่งที่จับต้องได้    ได้แก่  ความสวยงามของโรงแรม  ล็อบบี้  เฟอร์นิเจอร์  ของตกแต่ง เครื่องแบบพนักงาน บรรยากาศภายในโรงแรม  ด้านความน่าเชื่อถือ เช่น   เรื่องชื่อเสียง  และภาพลักษณ์ ของโรงแรม การให้ข้อมูลต่าง ๆ  ด้านการตอบสนองที่รวดเร็วและทันท่วงที   ด้านความเชื่อมั่น  คือ พนักงานมีอัธยาศัยไมตรีดี สุภาพอ่อนโยน ด้านความเข้าอกเข้าใจ  คือพนักงานมีความตั้งใจที่ให้บริการ ดูแลเอาใจใส่ต่อการบริการ

     โครงการวิจัยชิ้นนี้มีประโยชน์ คือ  ทราบถึงทัศนคติและความคิดเห็นของนักท่องเที่ยว พนักงานต้อนรับส่วนหน้า และหัวหน้าแผนกต้อนรับส่วนหน้า เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการพัฒนาคุณภาพการบริการของโรงแรมเซี่ยงไฮ้  แมนชั่น  บางกอก  และให้สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยว

นายวสันต์  กานต์วรรัตน์ 

สาขาการโรงแรม คณะศิลปศาสตร์

7 เทคนิคการควบคุมการแกว่งแบบแอคทีฟด้านเข้าตัวกรองแบบแอลซีของวงจรเร็กดิไฟเออร์แบบฟูลบริดจ์เฟสเดียว      เป็นโครงการวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

        งานวิจัยนี้ ใช้แบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ของวงจรสร้างขึ้นด้วยโปแกรม Matlab-Simulink version 6.5 (Trial version) ของบริษัท Math Works Imc.   โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาวิธีการควบคุมการแกว่งของกระแสที่ความถี่เรโซแนนท์แบบแอคทีฟด้านหน้าตัวกรองแบบแอลซีของวงจรเร็กติไฟเออร์แบบฟูลบริดจ์เฟสเดียว  วีการ่ควบคุมในการสสร้างตัวกรองแบบแอลซีเสมือนและตัวต้านทานเสมือน  สร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์แสดงการทำงานของระบบควบคุมวงจรเร็กติไฟเออร์แบบฟูลบริดจ์เฟสเดียว

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการนำเสนอเทคนิคการควบคุมการแกว่งแบบแอคทีฟด้านหน้าตัวกรองแบบแอลซีของวงจรเร็กติไฟเออร์แบบฟูลบริคจ์เฟสเดียว เพื่อลดความเพี้ยนเชิงฮาร์มอนิกของกระแส โดยการควบคุมกระแสให้อยู่ในขอบเขตที่คงที่และควบคุมการแกว่งแบบแอคทีฟแทนการใช้ตัวกรองด้านเข้าแบบแอลซีผลการจำลองการทำงานด้วย MATLAB/Simulink แสดงให้เห็นว่าวิธีการที่นำเสนอสามารถลดความเพี้ยนฮาร์มอนิกรวมของกระแส (THD1)  ไม่เกิน 5 % และตัวประกอบกำลังใกล้เคียงหนึ่ง

     ประโยชน์ที่ได้รับของงานวิจัย  คือทำให้เข้าใจวีการควบคุมการแกว่งของกระแสที่ความถี่เรโซแนนท์แบบแอคทีฟด้านหน้าตัวกรองแบบแอลซีของวงจรเร็กติไฟเออร์แบบฟูลบริดจ์เฟสเดียว   เข้าใจวิธีควบคุมในการสร้างตัวกรองแบบแอลซีเสมือนและตัวต้านทานเสมือน  และได้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์แสดงการทำงานของระบบควบคุมวงจรเร็กติไฟเออร์แบบฟูลบริดจ์เฟสเดียว

อาจารย์กำจัด  ใจตรง 

สาขาเทคโนโลยีไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์  คระเทคโนโลยี

8 อุปกรณ์ประหยัดพลังงานสำหรับเตาแก๊สครัวเรือนและผลิตกระแสไฟฟ้า      เป็นโครงการวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

     งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการศึกษาและสร้างต้นแบบบนนวัตกรรมเพื่อประหยัดพลังงานสำหรับเตาแก๊สหุงต้มและผลิตกระแสไฟฟ้า หลังจากนั้นทำการทดสอบอุปกรณ์ที่สร้างขึ้น โดยการทดลองจะถูกแบ่งออกเป็น 2 กรณีศึกษา  คือกรณีศึกษาแรก (Case A)  โดยไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดพลังงานฯและกรณีศึกษาที่สอง (Case B )ทดสอบการทำงานเมื่อติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดพลังงานซึ่งในแต่ละกรณีศึกษาถูกออกแบบให้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน  เช่น ในพื้นที่ปิด และที่อัตราเร็วลมไหลผ่านแตกต่างกัน

     ประโยชน์ที่ได้รับของงานวิจัย ชิ้นนี้คือ    เป็นนวัตกรรมต้นแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเตาหุงต้มและผลิตกระแสไฟฟ้า    ทำให้เกิดการประหยัดและลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับภาคครัวเรือน  เป็นแบบอย่างที่ดีในการอนุรักษ์พลังงาน  แก้ปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้าในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร

ดร.ฐกฤต  ปานขลิบ

อริย์พงศ์  อารีเวชศรีมงคล

สาขาวิศวกรรมพลังงาน  คณะเทคโนโลยี

9 ปัญหาและแนวทางในการพัฒนาการบริหารงานตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในกลุ่มจัดหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ของประเทศไทย      เป็นโครงการวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

     โครงการวิจัยนี้เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสำรวจโดยใช้แบบสอบถาม   มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางและปัญหาในการพัฒนาการบริหารงานตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ของประเทศไทย   โดยมีพนักงาน/เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลดอนไก่ดี  เทศบาลตำบลบ้านแพ้ว และเทศบาลตำบลหลักห้า จังหวัดสมุทรสาคร เป็นผู้ให้ข้อมูล

     ผลการวิจัยพบว่าด้านการเกิดประโยชน์สุขของประชาชนมีผลการประเมินระดับสูงสุด  รองลงมาเป็นด้านการเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ  และด้านการมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ ตามลำดับ

    ประโยชน์ที่ได้รับของงานวิจัย ชิ้นนี้คือ    ทราบถึงแนวทางและปัญหาในการพัฒนาการบริหารงานตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ของประเทศไทย   

อาจารย์ธฤษณุ  รอดรักษา

สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์

10 ทัศนคติและพฤติกรรมการให้บริการสำนักงานบัญชีของนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดในเขตกรุงเทพมหานคร      เป็นโครงการวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

    งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการศึกษาว่า บริษัท จำกัด ในเขตกรุงเทพมหานครมีทัศนคติและพฤติกรรมความพึงพอใจต่อการใช้บริการของสำนักงานบัญชีอยู่ในระดับใด และ ประกอบกิจการต่างประเภทกัน มีความพึงพอใจต่อการให้บริการของสำนักงานบัญชีต่อกันหรือไม่  ทั้งนี้เพื่อศึกษาทัศนคติและพฤติกรรมความพึงพอใจต่อการใช้บริการของสำนักงานบัญชี และเพื่อเปรียบเทียบทัศนคติและพฤติกรรมความพึงพอใจต่อการใช้บริการของสำนักงานบัญชีของนิติบุคคลประเภทบริษัท จำกัดในเขตกรุงเทพมหานคร    โดยเก็บข้อมูลเชิงสำรวจใช้แบบสอบถามไปยังผู้ใช้บริการที่เป็นพนักงานบัญชี สมุห์บัญชี ผู้จัดการฝ่ายบัญชี ของบริษัทจำกัดที่ทำงานในบริษัท จำกัดในเขตกรุงเทพฯ

     ผลการวิจัยพบว่า ความพึงพอใจการใช้บริการสำนักงานบัญชีและเป็นรายด้านของการให้บริการสำนักงานบัญชีอยู่ในระดับปานกลาง และไม่แตกต่างกัน

     ประโยชน์ที่ได้จากงานวิจัย คือใช้เป็นแนวทางในการวางแผนจัดการในการบริหารงานในหน่วยงานสำนักงานยัญชีให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงหน่วยงานสำนักงานบัญชีเพื่อส่งเสริมให้พนักงานสามารถบริการลูกค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นางสาวพิมพ์ผกา  ใจมุข 

 คณะบัญชี

Posted in ข่าวสารและกิจกรรม ประกาศทั่วไป โดย kmsiam. ไม่ให้ใส่ความเห็น

การตั้งชื่อหัวข้องานวิจัย

แบบรายงานผลการจัดการเรียนรู้ ประจำปีการศึกษา 2556

ประเด็นความรู้          : การจัดความรู้ (KM)

Read the rest of การตั้งชื่อหัวข้องานวิจัย

Posted in ข่าวสารและกิจกรรม ประกาศทั่วไป โดย kmsiam. ไม่ให้ใส่ความเห็น

“การใช้คำถามเป็นฐาน” (Question-Based Learning)

แบบรายงานผลการจัดการเรียนรู้ ประจำปีการศึกษา 2556

ประเด็นความรู้                            :     การจัดความรู้ (KM)

หัวข้อการจัดการความรู้              :     การตั้งชื่อหัวข้อ “การใช้คำถามเป็นฐาน”   (Question-Based Learning)

ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้        :     (ดังบัญชีรายชื่อแนบ)

Read the rest of “การใช้คำถามเป็นฐาน” (Question-Based Learning)

Posted in ข่าวสารและกิจกรรม โดย kmsiam. ไม่ให้ใส่ความเห็น

เทคนิคการเขียนข้อเสนอโครงการวิจัย

โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “เทคนิคการเขียนข้อเสนอเชิงหลักการ และข้อเสนอ โครงการวิจัยเพื่อรับทุน (concept and research program)

โดย หัวหน้างานทรัพยากรบุคคล  (อาจารย์ศิลป์ชัย  นิลกรณ์) เป็นวิทยากร

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. คณาจารย์ได้รับความรู้  ความเข้าใจในหลักการ  และเทคนิคการเขียนข้อเสนอเชิงหลักการ (concept paper)
  2. คณาจารย์ได้เรียนรู้เทคนิคและวิธีการเขียนเสนอโครงการวิจัยที่ดี เริ่มตั้งแต่ความสำคัญและที่มาของปัญหาที่ทำการวิจัย คำถามการวิจัย วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย  สมมติฐานการวิจัย ขอบเขตการวิจัย  นิยามศัพท์ ทั้งนิยามทั่วไปและนิยามปฎิบัติการ ข้อจำกัด ข้อตกลง  และประโยชน์ที่คาดส่าจะได้รับรวมทั้ง วิธีการเขียนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง และวิธีการดำเนินการวิจัย  ตลอดจนวิธีการเผยแพร่ผลงาน และการใช้ประโยชน์จากการวิจัย

โดยมีผู้เข้าร่วมอบรม สาขาวิชา / หลักสูตร  จำนวน 30 คน

Posted in ข่าวสารและกิจกรรม โดย kmsiam. ไม่ให้ใส่ความเห็น

โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “การพัฒนาศักยภาพนักวิจัยหน้าใหม่”

โครงการ “การพัฒนาศักยภาพนักวิจัยหน้าใหม่” ระหว่างวันที่ 10 -11 กันยายน 2556 โดย 1 อาจารย์ ดร.ธรรมชัย  เชาว์ปรีชา 2. ศ.ดร.พิเชษฐ  ลิ้มสุวรรณ

Read the rest of โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “การพัฒนาศักยภาพนักวิจัยหน้าใหม่”

Posted in ประกาศทั่วไป โดย kmsiam. ไม่ให้ใส่ความเห็น

โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “การจัดการเรียนการสอนโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem – Based Learning : PBL)”

โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “การจัดการเรียนการสอนโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem – Based Learning : PBL)” 

                                                            ระหว่างวันที่ 21 – 22 พฤศจิกายน 2556

โดยมี  1. รศ.ดร.สมชาย  จันทร์ชาวนา

             2. ผศ.ดร.คมกฤตย์  ชมสุวรรณ

             3. ผศ.ดร. พิเชษฐ์  พินิจ

             4. ผศ.เอกรัตน์   รวยรวย

              5. นายอนุศิษฎ์  แซ่ลี้

             6. นายศรันยู  มั้นพิศุทธิ์

เป็นวิทยากร โดยมีคณาจารย์ ทุกสาขาวิชา และหลักสูตรเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จำนวน 33 คน

ผลที่ได้รับ

1. อาจารย์ผู้สอนสามารถนำทักษะความรู้ที่ได้จากการเข้าอบรมมาใช้จัดแผนการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. อาจารย์ผู้สอนสามารถจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียนโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลได้

3.อาจารย์ผู้สอนสามารถให้นักศึกษาฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา

4. อาจารย์ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียนและอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างเห็นผลชัดเจน

Posted in ประกาศทั่วไป โดย kmsiam. ไม่ให้ใส่ความเห็น